Resident Evil : Burning City Chapter 2

posted on 24 Sep 2009 12:46 by lecfiction
Chapter 2 : survive





แมร์รี่สลบไป เอียนได้แต่มองโดยที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย เอียนพยายามคิดหาหนทางที่จะช่วยแมร์รี่ที่สลบอยู่ ผีดิบกลายพันธุ์จ้องไปที่แมร์รี่ และมันกำลังเดินไปเพื่อที่จะทานอาหารค่ำ เอียนกระหน่ำยิงไปที่ตัวของมัน แต่มันก็ไม่สะทกสะท้านอะไร อเล็กซ์ใช้ลูกซองกระหน่ำไปที่ตัวของมัน เขาพยายามยิงไปที่จุดๆเดียวเพื่อให้ลูกกระสุนเจาะทะลุเข้าไปในตัวของมันมั่ง เซลกระหน่ำยิงไปที่หัวของมัน ผีดิบซอมบี้ชะงักพร้อมกับร้องโอดครวญ


ทุกคนรู้แล้วว่าต้องทำยังไงกับผีดิบกลายพันธุ์ตนนี้ ทั้งสามกระหน่ำยิงต่อเนื่องไปที่หัวของมัน ห่ากระสุนปืนบรรจงพุ่งใส่หัวของผีดิบกลายพันธุ์ตนนี้อย่างต่อเนื่อง ภาพที่เห็นข้างหน้าคือสภาพแน่นิ่งของผีดิบกลายพันธุ์ตนนี้ มันล้มลง เซลเสนอให้ตัดหัวของมันเพื่อความชัวร์ เซลเป็นคนลงมือทำ เขาใช้มีดบรรจงตัวหัวของมัน มีบางอย่างเกิดขึ้น มันขยับตัวเมื่อมีดลงไปบนคอของมัน ทั้งสามตกใจมาก แต่สุดท้ายมันก็นอนแน่นิ่ง


เซลจัดการกับหัวของมันจนแยกออกจากกันแล้ว เอียนเดินไปหาแมร์รี่ทีสลบอยู่ เอียนพยายามปลุกแมร์รี่ให้ตื่นขึ้น เอียนปลุกแมร์รี่ได้สักพัก แมร์รี่ก็ตื่นจากการหลับใหล พร้อมกับตั้งคำถามว่า “นี่ฉันสลบไปนานแค่ไหน?” เอียนตอบทันควัน “สิบนาที” แมร์รี่ตอบต่อเนื่อง “นานพอดู”


ทั้งสี่เดินสำรวจในห้องสมุดแห่งนี้ เอียนพาทั้งสามเดินสำรวจห้องสมุดเพื่อหาผู้รอดชีวิตแต่ก็ไม่พบเจอ ทั้งสี่ตัดสินใจออกจากห้องสมุดเพื่อที่จะเดินทางไปต่อ ทั้งสี่ออกมาเอียนออกความเห็นว่าเราต้องใช้รถยนต์ในการเดินทาง อเล็กซ์อาสาหารถยนต์ เขาเหลือบไปเห็นรถยนต์คันหนึ่ง อเล็กซ์ เข้าไปที่รถยนต์คันนั้นพร้อมกับสำรวจด้วยสายตารอบๆรถว่ามีผีดิบอยู่หรือเปล่า เมื่อเขาแน่ใจแล้วจึงเข้าไปในตัวรถพร้อมกับต่อสายตรงรถยนต์เพื่อสตารท์รถ





ทั้งสี่เข้าไปในรถและออกเดินทาง รถคันนี้มีวิทยุสื่อสารอยู่ เอียนพยายามปรับคลื่นออกไปเพื่อให้คนที่อยู่ข้างนอกเมืองได้รับคลื่นนี้ ระหว่างทางที่นั่งรถนั้นเองมีฝูงผีดิบดักรออยู่ข้างหน้า อเล็กซ์เบรกรถกะทันหัน เอียนบอกให้แมร์รี่รออยู่ในรถ ทั้งสามคนออกมาจากรถแล้วตั้งท่ารอเตรียมพร้อมต่อสู้กับฝูงผีดิบ อเล็กซ์ตั้งท่าเตรียมยิง เซลชักปืนออกมา เอียนเตรียมปืนพร้อมรบ ฝูงผีดิบวิ่งกรูกันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เอียนเปิดฉากกระสุนนัดแรกใส่ฝูงผีดิบ เซลเก็บปืนใส่กระเป๋าพร้อมกับหยิบมีดออกมา เขาวิ่งไปที่ฝูงผีดิบ เอียนตระโกนเตือนเซลให้ระวัง



เซลใช้มีดวิ่งไปตัดคอของผีดิบเขามีทักษะในการใช้มีดสูงมาก เซลตัดคอผีดิบได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ตัวเองไม่ถูกกัดเลย เอียนวิ่งไปหาฝูงผีดิบที่เหลืออีกประมาณสามสิบตนเขาพยายามยิงกระสุนให้โดนที่หัวมากที่สุดเพื่อเป็นการประหยัดกระสุน อเล็กซ์ยิงลูกซองใส่ผีดิบที่กำลังจะวิ่งมาหาตนผีดิบตนนั้นกระเด็นออกไป ทั้งสามคนนัวเนียไปกับการจัดการเหล่าผีดิบแต่หารู้ไม่ว่าข้างหลังนั้นมีผีดิบกลายพันธุ์ตัวหนึ่งซึ่งกำลังปีนกำแพงอยู่


ผีดิบกลายพันธุ์ตนนั้นมีลิ้นยาวไม่มีตา มีกรงเล็บที่ใหญ่ตัวสีแดงเห็นสมอง มันกระโจนลงมาทีรถทันที แมร์รี่ที่อยู่ข้างในนั้นกรีดร้องออกมา เอียนหันกลับไปจึงพบว่ามีผีดิบกลายพันธุ์หนึ่งตัวกำลังจะทำร้ายแมร์รี่อยู่ เอียนวิ่งไปเพื่อที่จะช่วยแมร์รี่ เอียนยิงปืนใส่ผีดิบกลายพันธุ์ แต่ด้วยความเร็วของมัน ทำให้ลูกกระสุนของเอียนไม่มีผล มันอาศัยจังหวะนี้ในการกระโจนเข้าหาเอียน เอียนล้มลง ผีดิบกลายพันธุ์ตัวนี้คล่อมที่ตัวของเอียนลิ้นอันยาวของมันเลียทั่วเอียน ผีดิบกลายพันธุ์อ้าปากเพื่อที่จะกินเอียน เอียนคว้ามีดจากข้างกางเกงแทงไปบริเวณคอของมัน


ผีดิบกลายพันธุ์ถอยออกไป เอียนพูด “ถ้าแกจะกินฉันมันเร็วไปร้อยปี ฉันคนนี้เคยล่าหมีเป็นๆมาแล้ว” เอียนพูดด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ เอียนเล็งปืนไปที่ผีดิบกลายพันธุ์ กระสุนปืนแล่นออกจากปากกระบอกอย่างรวดเร็ว กระสุนเจาะเข้าไปที่ใบหน้าของผีดิบกลายพันธุ์ตัวนั้น เมื่อเอียนหันกลับมาก็พบว่าฝูงผีดิบทั้งหลายถูกจัดการด้วยฝีมือของ เซล และ อเล็กซ์ ทั้งสามกลับเข้าไปในรถที่หลังคารถบุบลงมาเพราะผีดิบกลายพันธุ์

“นี่เราจะต้องเจอกับฝูงผีดิบกับผีดิบกลายพันธุ์อีกเท่าไหร่เนี่ย?” อเล็กซ์ ยิงคำถาม
“เราคงต้องเจอตลอดทริปนี้” เอียนช่วยคลายความสงสัย เอียนถามคำถามต่อ “เราเหลือกระสุนเท่าไหร่?” เอียนเช็คความพร้อม
“ฉันเหลือสามกล่อง”อเล็กซ์ตอบ
“ฉันเหลือสี่กล่อง” เซลตอบทันควัน
“ถ้างั้นเราจะไปที่ร้านขายปืนกัน อเล็กซ์ขับไปร้านขายปืน”
“เยส เซอร์” อเล็กซ์ รับคำสั่ง

รถของเอียนมุ่งหน้าขับตรงไปยังร้านขายปืนในบางครั้งระหว่างทางก็มีผีดิบเข้ามาโจมตีบ้างในบางครั้งแต่ก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ รถของเอียนมาถึงหน้าร้านขายปืน เอียนสังเกตดูโดยรอบ อเล็กซ์ตรงปี่เข้าไปในร้านอาวุธ เสียงปืนปริศนาพร้อมกับลูกกระสุนปืนลอยผ่านหน้าอเล็กซ์ไปเขาล้มลงพร้อมกับมองไปบนหลังคาของร้านขายอาวุธปืน เขาสังเกตเห็นชายคนหนึ่งอยู่บนหลังคา อเล็กซ์โกรธกับการกระทำที่เกือบถึงชีวิตของชายคนนั้น ชายคนนั้นตะโกนถาม

“นั่นคนหรือผีดิบ?” ชายปริศนาถามด้วยความสงสัย
“ถ้าไม่ใช่คนแล้วเราจะขับรถมาได้ยังไง?” อเล็กซ์โต้
“เราขอลูกกระสุนปืนหน่อยได้ไหม?” เอียนขอร้อง
“เรามีกระสุนจำกัด”ชายปริศนาปฏิเสธ
“เรามากันสี่คนเราขอเข้าไปข้างในหน่อยได้ไหม?” เอียนขอร้อง
“พวกคุณมีใครโดนกันหรือเปล่า?” ชายปริศนาระวังตัว
“ไม่...ไม่...เราไม่มีใครโดนกัด”เอียนตอบความจริง
“เข้ามา จะมีคนเปิดประตูให้”ชายปริศนาอนุญาต


ทั้งสี่คนเข้าไปข้างในร้านโดยมีชายที่อยู่ข้างล่างเป็นคนเปิดให้ ทั้งสี่เข้าไปข้างใน ชายที่เปิดประตูให้เปิดทางเข้าลับขึ้นไปข้างบน ทางเข้าลับอยู่หลังตู้กระจกโชว์ปืน ทั้งสี่ขึ้นไปข้างบนจึงพบผู้รอดชีวิตอีกประมาณหกคนมีเด็กผู้ชายหนึ่งผู้หญิงสามชายสามคนข้างบนอีกหนึ่งและคนพาขึ้นมาข้างบนรวมเป็นแปดคน จำนวนไม่มากไม่น้อยเกินไปสำหรับผู้รอดชีวิต เอียนมองดูด้วยความอาดูร เขารู้สึกเวทนากับสิ่งที่เป็นอยู่ เอียนคิดในใจหากเขารู้ตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้เขาจะไม่ปล่อยไว้

คนพาขึ้นมาข้างบนแนะนำตัว “ฉันชื่อ อาเมาว์โซ อโลโน ส่วนเด็กนี่ มิคกี้ ผู้หญิงคนนี้ คริสเทน อีกคน สกาเล็ท ชายคนนี้ชื่อ เปรโต นี่ ร็อบ และนี่ จอห์นส่วนคนข้างบนนั้น แฮกค์เกอร์ เซนด์”
“ฉัน ฮาร์เน็ท เอียน ”เอียนแนะนำตัวและชี้ไปที่คนในกลุ่มตน “นี่ อเล็กซ์ โกลด์ เซล เฮลเลอร์ อาร์วี่ แมร์รี่”
“เราต้องการกระสุนจำนวนหนึ่ง คุณพอจะให้เราได้ไหม?”เอียนขอร้อง
“เราคงให้คุณได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น เพราะเราจำเป็นต้องใช้มัน” อโลโน ตกลง
“ขอบคุณมาก ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมคุณไม่มาร่วมกับเราละ เรากำลังจะไปที่ตึกวิทยุการสื่อสารเพื่อขอความช่วยเหลือ”
“ไม่ดีกว่า เราจำเป็นต้องอยู่ที่นี่เพื่อรอคนคนหนึ่ง แต่ถ้าถึงเวลานั้นแล้วคนคนนั้นยังไม่มาเราก็จะออกจากที่นี่เหมือนกัน และหวังว่าเราคงจะได้เจอกันระหว่าทางโดยที่ยังไม่มีใครเป็นผีดิบนะ ” อโลโน พูดด้วยความหวังดี
“โอเค หวังว่าเราคงได้พบกันที่ไหนสักแห่ง” เอียนหวังลึกลึก

อโลโนไปหยิบกล่องกระสุนปืนมาให้ระหว่างที่รออโลโน เอียนสังเกตเห็นท่าทางแปลกแปลกของคนที่ชื่อว่า เปรโต อาการของเขาคับคล้ายคับคราเหมือนคนที่ติดเชื้อ เขาล้มตัวลงไป อาเจียนออกมาเป็นเลือก ตาเริ่มขาวโพลน และสุดท้ายร่างกายก็แน่นิ่งไป เอียนตะโกนบอกทุกคนทันที “หลบออกมาจากชายคนนั้น” เอียนทั้งท่ายิงทันที ชายคนนั้นขยับตัวขึ้นมา และแน่นอนเขาตื่นขึ้นมาในฐานะผีดิบ


“ไม่มีใครสำรวจตัวเขาเลยหรือไงว่าเขามีรอยกัด” เอียนถามคนในกลุ่ม

เอียนใช้ตู้ที่อยู่ข้างข้างผลักใส่ทางเดินไม่ให้มันข้ามมาจากนั้นเขาก็คว้าดาบญี่ปุ่นฟันคอของเปรโตที่กลายเป็นผีดิบ คอของเขาขาดออกจากร่างทันที

“เกิดอะไรขึ้น?!!” อโลโน วิ่งลงมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“คนของคุณกลายเป็นผีดิบ” อเล็กซ์ ตอบคำถาม
“ผมขอโทษผมน่าจะสังเกตให้ดีดีตั้งแต่เขาเข้ามาทีนี่เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว” อโลโน พูดขอโทษพร้อมกับยื่นกล่องกระสุนจำนวนสิบกว่ากล่องพร้อมระเบิดอีกสามลูก “แค่นี้พอหรือเปล่า” อโลโซ ถามด้วยความเป็นห่วง
“มากไปด้วยซ้ำ”เอียนกล่าว “ถ้ามีอะไรคุณวิทยุมาที่เราได้เลย เราเปิดรับคลื่นอยู่ตลอดเวลา”
“แล้วผมจะวิทยุไป” อโลโนกล่าว
อโลโนลงไปส่งข้างล่าง พร้อมกับกล่าวว่า “เราคงได้พบกันอีกสักแห่ง” สิ้นเสียงกล่าวเขาได้ปิดประตูลงมา



ทั้งสี่ขึ้นรถไปเพื่อที่จะเดินทางไปที่ตึกวิทยุการสื่อสารและปลายทางข้างหน้าที่เขาจะไปคือกรมทหาร เอียนมั่นใจว่าที่นั่นต้องมีผู้รอดชีวิตอยู่แน่นอน เพราะที่ค่ายทหารมีกำลังพลและอาวุธมากพอที่จะใช้ต่อกรกับเหล่าผีดิบ

แมร์รี่พูดออกมา “ฉันหิวมีอะไรกินไหม?” แมร์รี่ยิงคำถามสุดโหดมาให้
“เรากำลังจะไปซูเปอร์มาร์เก็ท” เอียนตอบ
“ขอบคุณ”แมร์รี่ตอบทันควัน

เป้าหมายเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทั้งสี่เดินทางไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ทเพื่อที่จะหาของกิน อเล็กซ์ค่อยๆขับรถไปเรื